เกร็ดความรู้เพื่อสุขภาพ

7 เมนู อาหารบํารุงหัวใจ

Tuesday 26 April 2011



ผลไม้

หัวใจ เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เราควรดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก เพราะอาหารบางชนิดอาจมีผลทำให้หัวใจ ทำงานผิดปกติได้ ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นหัวใจไม่ค่อยจะแข็งแรง หัวใจอ่อนแอ ดิฉันเลยนำเอาเมนู อาหารบำรุงหัวใจมาฝากกันค่ะ เป็นอาหารที่หาซื้อตามท้องตลาดได้ค่ะ เรามาดูกันนะคะว่ามีอาหารอะไรบ้าง

1. บลูเบอร์รี่ (Blueberry)

ผลไม้ลูกเล็กสุดฮิตที่ไม่ได้มีดีแค่ สีสันน้ำเงินเข้มและรสชาติอันเป็น เอกลักษณ์เท่านั้น จากงานศึกษาเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของบลูเบอร์รี่พบว่า วิตามิน C และวิตามิน E และคุณสมบัติเด่นที่สุดในการด้านโรคร้าย นั่นคือมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านโรคมะเร็ง โรคที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงมากมายต่อสุขภาพ หนึ่งในนั้นซึ่งเรากำลังโฟกัสอยู่ก็คือ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวโยงมากมายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น หัวใจ การหายใจ การหมุนเวียนเลือดหรือแม้แต่เกี่ยวข้องกับความเครียด ซึ่งบลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอลใน เลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ นั่นหมายความว่าคุณสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหัวใจ ให้ใสปิ๊งได้ด้วยการรับ ประทานบลูเบอร์รี่

2. ข้าวโอ๊ต (Oatmeal)

ข้าวโอ๊ตแม้จะไม่ใช่อาหารหลักของคนไทยเท่าไหร่นัก แต่หากคุณกำลังมองหาอาหารเสริม เติมความแข็งแรงให้กับหัวใจแล้วล่ะก็บางทีนี่ อาจเป็นเมนูใหม่ที่น่าลอง เพราะคุณประโยชน์ที่มาจากเมล็ดข้าวโอ๊ตมีครบครันไม่ว่าจะเป็น จมูกข้าวโอ๊ต น้ำมันข้าวโอ๊ต หรือแม้แต่ตัวของรำข้าวโอ๊ตซึ่งประกอบด้วยเส้นใยไฟเบอร์ทั้ง 2 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการลดไขมันชนิดเลวที่จ้องทำร้ายหัวใจของคุณ วิตามินซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ต้องการคุมน้ำหนักและผู้ ที่เป็นโรคหัวใจ

3. อัลมอนด์ (Almonds)

ธัญพืชยอดฮิตรสอร่อยที่นิยมทั้งนำมาทำอาหารคาว อาหารหวาน ขนมทานเล่นหลายหลายชนิดมีประโยชน์หลัก ๆ ที่ไม่จิ๋วตามตัวเลย ตัวอย่างง่าย ๆ อัลมอนด์ 1 เมล็ดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบกับชาเขียว 1 แก้วเลยทีเดียว และไขมันดีที่มีปริมาณที่สูงต่อหนึ่งเมล็ด ยังเป็นไขมันชนิดดีที่คอยจัดการลด ไขมันชนิดเลวก่อนจะก่อให้เกิดความอ้วน และโรคจากความอ้วนอย่างโรคหัวใจอีก ด้วย

4. โยเกิร์ต (Yogurt)

ทราบหรือไม่ว่าประโยชน์อันหลากหลาย ที่เราเคยเข้าใจเกี่ยวกับอาหารสุขภาพ อย่างโยเกิร์ตมีอีกบทบาทก็คือ การต่อต้านและป้องกันโรคหัวใจเพราะสารอาหารอย่างกรดคอนจูเกตเด็ด ไลโนเลอิก (CLA) มีคุณสมบัติลดการสะสมของไขมัน ช่วงเพิ่มกลไกการเผาผลาญ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อย่างดี

5. น้ำ (Water)

แน่นอนว่าน้ำเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ที่มีประโยชน์และที่สำคัญมากกว่าความใส สะอาดก็มีมากมาย ไม่ว่าการมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของร่างกายมีส่วนสำคัญต่อทุก ๆ อวัยวะของร่างกาย ไม่ว่าตับ ไต ผิวหนัง สมอง รวมถึงหัวใจ ซึ่งหากรักษาสมดุลองน้ำ ดื่มน้ำปริมาณที่เหมาะสม และพอเพียงคุณสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอด เลือดหัวใจ 54 เปอร์เซ็นต์ ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้ 41 เปอร์เซ็นต์

6. เกรฟฟรุต (Grapefruit)

ผลไม้อีกชนิดที่คุ้นเคยกันดีในฐานะ ญาติสนิทกับส้มที่อุดมไปด้วยประโยชน์เช่น เดียวกันคือ วิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดไขมัน ดลความเสี่ยงโรค ลดความดันโลหิต ซึ่งเมื่อลดความเสี่ยงที่ไม่ดีต่อสุขภาพเหล่านี้ หัวใจที่แข็งแรงจะไปไหนเสียดังนั้นสนิทกับเกรฟฟรุตไว้ดีกับหัวใจ

7. ไข่ (Eggs)

“เนื้อ นม ไข่” เรารู้กันดีตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่า ไข่ คืออาหารประเภทหนึ่งที่มีประโยชน์หลายด้านต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา ไม่ว่าโปรตีน คาร์โบไฮเดรต รวมถึงสารอาหารที่สุดพิเศษอยู่ในไข่ขาว และไข่แดง ซึ่งแม้ว่าการศึกษาและความเชื่อจะมีความขัดแย้งกันเสมอ ๆ ว่าเราควรรับประทานไข่หรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดความเชื่อเดิม ในวัยเด็กก็ยังเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เพราะไข่แดงและไข่ขาวในงานวิจัยอุดมไปด้วยประโยชน์ ที่เสริมความแข็งแรงและ บำรุงหัวใจโดยเฉพาะ
ลูทีนที่ช่วยให้เส้นเลือดหัวใจแข็งแรง ป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด

เมื่อเราทราบเมนูอาหาร ที่บำรุงหัวใจแล้ว ลองหาซื้อมาปรุงเป็นอาหารทานกันนะคะ แล้วจะดีกับหัวใจเราเองค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : slim up

10 เคล็ดลับหุ่นเฟิร์มช่วงหน้าร้อน

Tuesday 26 April 2011



หุ่นเฟิร์ม

ฤดูร้อนเป็นช่วง เวลาที่สาวๆ จะได้อวดผิวสวย หุ่นเฟิร์ม แต่ถ้ายังไม่มั่นใจกับรูปร่างของตัวเอง มีเคล็ดลับเพื่อช่วยให้หุ่นเฟิร์มโดยแทบไม่ต้องเสียเหงื่อ

ข้อแรกคือปิดทีวีและออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะ ทานอาหาร เพราะทีวีและคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องดึงดูดความสนใจไปจากอาหารที่ทานอยู่ ดังนั้นหากทานอาหารไปด้วย ดูทีวีหรือใช้คอมพิวเตอร์ไปด้วย คุณก็จะจำไม่ได้ว่าทานอะไรไปมากแค่ไหน และจะทำให้หิวเร็วขึ้น

ดื่มอย่างระมัดระวัง ยิ่งอากาศร้อนใครๆ ก็อยากดื่มอะไรเย็นๆ ชื่นใจกันทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกน้ำหวานต่างๆ ทั้งชาเย็น กาแฟเย็น โกโก้เย็น หรือน้ำอัดลมที่ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่นคลายร้อน แต่ก็มีน้ำตาลและแคลอรี่ที่สูงตามมาด้วย ดังนั้นจึงควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่น้อย เช่น น้ำผักผลไม้ที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่น้ำตาลน้อยๆ หรือดื่มน้ำเปล่าเย็นๆ จะดีที่สุด

พักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรนอน 6 ชั่วโมงต่อวัน และต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ คือนอนหลับสนิท โดยเฉพาะผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้ไขมันลดลง และรู้สึกหิวน้อยลงด้วย

ทานอาหารเผ็ดๆ เพราะจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญอาหาร นอกจากนี้การทานอาหารเผ็ดๆ ยังทำให้รู้สึกอิ่มเร็วกว่าทานอาหารที่มีรสชาติอ่อน ๆ

วางแผนการทานอาหารอย่างจริงจัง กำหนดว่าจะทานอาหารเมื่อไหร่ และทานอะไรบ้าง เพื่อจะได้มีเป้าหมายในการทาน ที่สำคัญไม่ควรทานขนมหวาน แต่ให้ทานผลไม้แทน

สวมชุดที่เปิดเผยเนื้อตัวบ้าง เพราะจะได้ช่วยให้ตระหนักว่ารูปร่างตัวเองเป็นอย่างไร จำเป็นต้องลดน้ำหนักมากแค่ไหน และการสวมชุดที่รัดรูป หรือเปิดเผยเนื้อตัวก็จะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง เพราะต้องระวังว่าเนื้อจะล้น หรือต้องคอยแขม่วพุงนั่นเอง

อย่าให้รองเท้าออกกำลังกายแทน เนื่องจากรองเท้าดีๆ มักจะช่วยผ่อนแรงในการออกกำลังกาย และการเผาผลาญแคลอรี่ก็จะน้อยลง เมื่อเทียบกับการสวมรองเท้าสำหรับวิ่ง ธรรมดาๆ ออกกำลังกายในเวลาเท่ากัน ดังนั้นควรเลือกแค่รองเท้าที่ช่วยลดแรงกระแทกก็เพียงพอ

หลีกเลี่ยงอาหารสำหรับลดน้ำหนัก ที่มีตัวอักษร “ol”อยู่ ท้ายส่วนประกอบ เช่น “sorbitol” เพราะจะทำให้ท้องอืด นอกจากนี้หมากฝรั่งแบบชูการ์ฟรี หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ก็ต้องระวังดูส่วนประกอบไม่ให้มี “ol” ท้ายชื่อเช่นกัน

ดื่มกาแฟ เนื่องจากคาเฟอีนจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ แต่ห้ามดื่มกาแฟที่ใส่น้ำตาลมากๆ และมีคาราเมลหรือวิปครีม เพราะจะยิ่งทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่าเดิม

เป็นเรื่องง่ายที่ จะเลิกควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่การอดทนลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จกลับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงต้องเพิ่มแรงจูงใจให้กับตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องมีหุ่นที่เฟิร์ม แต่แบบไหนถึงจะเรียกว่าเฟิร์มล่ะ? วิธีเช็คไม่ยาก แค่ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วกระโดดขึ้นลงหน้ากระจก ถ้าเท้าสัมผัสพื้นแล้วส่วนที่ไม่ควรกระเพื่อมเช่น หน้าท้อง ต้นแขน ยังกระเพื่อมอยู่ คุณต้องฟิตหุ่นได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : เดลินิวส์