อาหาร 7 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป

20 April 2011

ทุกวันนี้เรื่องอาหารการกินต้องพึงระวังเป็นอย่างมากนะคะ “กิน เพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน” เป็นคำพังเพยที่คุ้นหูกันดี เรื่องของอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ กินมากไปก็ไม่ดี กินน้อยไปก็ไม่ดี ต้องกินแต่พอดีเท่านั้นจึงจะดี แต่จะกินอย่างไรให้พอดีหรืออาหารประเภทใดกินมากไปแล้วไม่ดีนั้น วันนี้ดิฉันมีอาหาร 7 อย่างที่กินมากไปแล้วจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ

1. ปาท่องโก๋ ใช้สารส้มเป็นส่วนประกอบในการปรุง ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ

2. ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยมทำให้กระดูกผุได้

3. เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง

4. ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน

5. บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย

6. เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้

7. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค…และมีสารย่อยโปรตีนไฮโดรเจนซัลไฟล์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

นี่ คืออาหาร 7 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป เพราะหากสะสมในร่างกายมาก ๆ จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย หากใครมีพฤติกรรมชอบกินอาหารเหล่านี้ ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินเสียใหม่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : Thaihealth

วิธีหายใจ ลดอาการวูบวาบวัยทอง

26 January 2011

วิธีหายใจ ลดวูบวาบวัยทอง

คนวัยทอง ที่ระดับฮอร์โมนแปรปรวนไปตามกลไกธรรมชาติ หรือแม้แต่จะท่องว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวัยทองไปได้ แม้บางคนจะรู้เน้นคิดบวก แต่อาการวัยทองทางกายก็ยังเกิดขึ้น ที่พบมาก ๆ คือ อาการวูบวาบ ซึ่งสามารถลดได้เพียงแค่รู้เทคนิคการหายใจลดอาการวูบวาบ มี 2 แบบ ให้เลือกทำค่ะ ใครที่รู้ว่ามีอาการอย่างนี้ ลองทำดูนะคะ

แบบที่ 1 สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนท้องขยาย แล้วนับ 1-5 ค้างไว้ชั่วครู่ จากนั้นผ่อนลมหายใจออก นับ 1-5 ช้าๆ ควรทำอย่างน้อย 5 เซ็ตต่อวัน

แบบที่ 2 เป็นแบบปิดรูจมูกสลับหายใจ เริ่มจากใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือปิดรูจมูกข้างใดข้างหนึ่ง แล้วสูดลมหายใจเข้าช้าๆ นับ 1-5 ค้างไว้สักครู่ ระหว่างนี้ใช้ปลายนิ้วชี้ไปปิดรูจมูกอีกข้าง แล้วจึงปล่อยปลายนิ้วโป้งออก พร้อมกับการหายใจออกช้าๆ ทางรูจมูกอีกข้าง ซึ่งแบบนี้ก็ควรทำเป็นประจำ วันละ 5 เซ็ต เช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีหายใจแบบไหน ก็สามารถลดอาการวูบวาบได้ถึงร้อยละ 90 เชียวล่ะ ทั้งนี้คุณจะต้องรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เครียดด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : เดลินิวส์