‘สมุนไพรแก้ไข้’

สมุนไพร-ตะลิงปลิง

Thursday 6 August 2009

ตะลิงปลิง (ผักสมุนไพร) ตะลิงปลิงเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในอินโดนิเซีย และพบตวามชายทะเลในประเทศบราซิล มีการปลูกในประเทศไทยนานแล้วพบทั่วไปตามสวนและตามบ้าน ออกผลตามกิ่งก้านและลำต้นเป็นพวงแน่นและสวยงาม จึงเป็นที่นิยิมปลูกทั่วไป เป็นไม้ผลใช้บริโภค ตะลิงปลิงอยู่ในสกุลเดียวกับมะเฟือง หรืออยู่ตรงกลางระหว่างมะเเฟืองกับมะดัน

ผลตะลิงปลิง

ผลตะลิงปลิง

ชื่อเรียกทั่วไปตามท้องถิ่น : มะเฟืองตรน, หลิงปลิง(ใต้), กะลิงปริง ปลีมิง ลิงปลิง ลิงปลิง (ระนอง) มูงมัง (เกาะสมุย) บลีมิง (มาเลย์-นราธิวาส)

ลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 – 10 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก เปราะหักง่าย เปลือกต้นมีสีชมพู ผิวเรียบมีขนนุ่มปกคลุมตามกิ่ง ใบ ประกอบแบบขนนก ก้านใบหนึ่งประกอบด้วยใบย่อย 11 - 37 ใบ ใบย่อยรูปหอก ปลายใบแหลม โคนมน จะเรียงจากขนาดเล็กไปหาขนาดใหญ่ ที่โคนจะมีขนาดเล็ก ใบกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2 - 5 เซนติเมตร มีสีเขียวอ่อนมีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่ ดอก เป็นช่อหลายช่อ ตามลำต้นหรือกิ่ง ในแต่ละช่อมีความยาวไม่เกิน 6 นิ้ว ดอกมี 5 กลีบ สีแดงเข้ม กลีบเลี้ยง 5 กลีบเช่นกัน สีเขียวอมชมพู ดอกมีกลิ่น เกสรกลางดอกมีสีเขียว ผล กลมยาวปลายมน ผลยาว 4-6 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร เป็นพูตามยาว ผิวเรียบมีสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีเหลือง เนื้อเหลว ออกเป็นช่อห้อย รศเปรี้ยว เมล็ด แบนมีลักษณะแบนยาวสีขาว

ประโยชน์ทางอาหาร : ผลตะลิงปลิงมีรสเปรี้ยวจัด นิยมใช้แกงส้ม แกงคั่ว ทำน้ำพริก ต้มหมู ต้มเนื้อ ยำต่าง ๆ นำมาดอง หรือหั่นเป็นเล็กๆ กินกับขนมจีน หรืใช้แทนมะนาวในเมี่ยวคำ (ภูเก็ต) ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม ของผลตะลิงปลิง มีน้ำเป็นองค์ประกอบ 92.5 กรัม ในพลังงาน 27 กิโลแคลลอรี่ มีไขมัน 0.3 กรัม คาร์โบไฮเดรท 6.3 กรัม เส้นใย 0.6 กรัม โปรตีน 0.6 กรัม แคลเซียม 5 มิลลิกรัม เหล็ก 0.6 มิลลอกรัม วิตามินเอ 175 Internation Unit วิตามินบี 1 0.02 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 35 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยา
ราก : สรรพคุณแก้พิษร้อนใน กระหายน้ำ ฝาดสมาน บำรุงกระเพาะอาหาร แก้โลหิตออกตามกระเพาะอาหาร ลำไส้ ดับพิษร้อนของไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้คัน แก้คางทูม แก้ไขข้ออักเสบ รักษาสิว รักษาซิลิส บรรเทาโรคเก๊าท์ บรรเทาการอักเสบของลำไส้ใหญ่
ใบ : สรรพคุณใช้พอกแก้คัน ใช้ภายในโดยนำมาต้มดื่มรักษาอาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ รักษาซิฟิลิส แก้ไขข้ออักเสบ รักษาคางทูม รักษาสิว
ดอก : นำมาชงเป็นชา สรรพคุณแก้ไอ
ผล : สรรพคุณเจริญอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ฝาดสมานและลดไข้ แก้เสมหะเหนียว ฟอกโลหิต ยาบำรุงแก้ปวดมดลูก แก้ไอ บรรเทาโรดริดสีดวงทวาร แก้ลักปิดลักเปิด

สมุนไพร-แตงกวา

Monday 18 May 2009

แตงกวาสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง และสามารถนำมาเป็นผักเหนาะได้ด้วย จิ้มน้ำพริกก็อร่อยดีนะคะ
แตงกวา (ผักสมุนไพร)

a5

ลักษณะ : แตงกวา เป็นไม้เถายาวประมาณ 2-3 เมตร ดอกสีเหลือง ผลเป็นท่อนกลม มีสีขาวอมเขียว มีลายตามยาว แตงกวามีรสหวาน รับประทานดิบๆ มีน้ำตาล โปรตีน วิตามิน เอ บี ซี ดี แตงกวาจึงถูกนำมาทำเป็นผักจิ้มน้ำพริกที่แสนอร่อย นำมาผัดรับประทานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แตงกวาผัดไข่ ใส่ใน ผัดเปรี้ยวหวาน หรือนำไปใส่ในยำ และแตงกวายังเป็นผักที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ขายเป็นกิโลกรัม ขายเป็นกอง หรือเป็นถุงราคาค่อนข้างถูก คนไทยทุกภาคนิยมกินแตงกวากันทั้งนั้น คนเหนือ คนอีสานกินแตงกวากับน้ำพริกต่างๆ กินกับลาบ คนภาคกลางก็กินกับน้ำพริก คนใต้ก็มีแตงกวาเป็น “ผักเหนาะ” ชนิดหนึ่งในจานผักที่หลากหลายที่นิยมกินกับอาหารใต้ที่มีรสจัด

สรรพคุณ : แตงกวา 3-4 ลูก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่น ใส่โถปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำมาทาผิวหน้า ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ถ้ารู้สึกว่าตาอิดโรย เพราะใช้สายตามาก ๆ ให้ฝานแตงกวาที่แช่ไว้ในตู้เย็นจนเย็นเป็นแผ่นบาง ๆ วางไว้บนเปลือกตากสัก 2-3 นาที จะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นและคลายอาการปวดตา หรือจะวางไว้ให้ทั่วใบหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับผิวหน้า และแตงกวา ตากแห้งนำมาใส่เครื่องปั่นเป็นผง เวลาใช้นำมาผสมน้ำพอเหลวพอกหน้าแทนครีม พอกหน้า ช่วยลดความมันบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้านุ่มนวลขึ้น

สรรพคุณทางยา :
น้ำแตงกวา ช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้ กระหายน้ำ ไฟลวก
ใบ สามารถใช้แก้ท้องเสีย บิด
เถา ช่วยลดความดันโลหิตได้
เมล็ดแก่ ใช้เป็นยาขับพยาธิ
ผลและเมล็ดอ่อน มีสรรพคุณฝาดสมาน เสริมการทำงานของระบบประสาท ช่วยความจำ ลดอาการนอนไม่หลับ แก้กระหายน้ำ มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ขับปัสสาวะ ทำให้ผิวขาวใสและนุ่มนวล ช่วยบำรุงผมและเล็บ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์และบวมน้ำถ้ากินเป็นประจำ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ