‘วิธีลดความอ้วน’

10 ความเชื่อ กับการกินเพื่อลดน้ำหนัก

Thursday 2 September 2010



เพราะความเชื่อผิดๆ แท้ๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่สำเร็จ แต่ต่อไปนี้สาวๆ จะไม่หลงอยู่กับความคิดผิดๆ อีก เพราะเราเอาความจริงมาตีแผ่ให้รู้กัน

ผักลดความอ้วนได้

1.ความเชื่อ ดื่มน้ำชาร้อนๆ ช่วยสลายไขมัน
ความจริง : ชาสมุนไพรทั่วไปมีส่วนผสมของสารโพลีฟีนอล สารนี้ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้จริงๆ แต่ไม่ได้ช่วยให้สาวๆ ผอมได้ แต่จะช่วยให้คุณไม่เป็นโรคหลอดเลือดอุดตันมากกว่า

2.ความเชื่อ การอดข้าวช่วยให้ผอมลง
ความจริง : ความเชื่อนี้ผิดมาก เพราะเมื่อเราอดอาหาร ร่างกายก็จะหิวจัด และเมื่อเราทานอาหารมื้อต่อไปร่างกายเราก็จะ รีบดูดซึมน้ำตาลจากอาหารมื้อ นั้นเอาไว้มากกว่าเดิม เพื่อเตรียมรับมือกับการอดอาหารครั้งหน้า สาวๆ ที่อดข้าวจึงจะอ้วนง่ายกว่าปกติ

3.ความเชื่อ มันฝรั่งทำให้อ้วน
ความจริง : มันฝรั่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งจะให้พลังงานสูง แต่ถ้าทานคู่กับผัก เส้นใยจากผักก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลจากมันฝรั่งช้าลง จึงไม่อ้วนอย่างที่คิดกัน

4.ความเชื่อ ขนมปังกรอบไม่ทำให้อ้วน
ความจริง : ที่จริงแล้วขนมปังกรอบนี่ล่ะ คือตัวการทำให้เราอ้วนยิ่งกว่าขนมปังปอนด์เสีย อีก เพราะขนมปังกรอบมีไขมันและแคลอรีมากกว่าขนมปังปอนด์ ขนมปังกรอบ 5 ชิ้น มีแคลอรีถึง 200 กิโลแคลอรี แถมเวลากินขนมปังกรอบเรามักจะ เคี้ยวเพลินจนเผลอกินเข้าไปไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น ลองดูสิว่ามันน่ะกี่แคลอรี่

5.ความเชื่อ ขนมปังขาวทำให้อ้วนเพราะมีแคลอรีสูงกว่าขนมปังโฮลวีต
ความจริง : ที่จริงไม่ว่าจะขนมปังขาวหรือโฮทวีตก็มีแคลอรีใกล้เคียงกัน แต่ขนมปังโฮลวีตจะมีเส้นใจอาหารมากกว่า ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน น้ำหนักตัวของเราจึงลดลงมากกว่าการกินขนมปังขาว ที่สำคัญในขนมปังโฮลวีตมีสารอาหารที่จำเป็น ต่อร่างกายมากกว่าขนมปังขาวอย่าง เทียบกันไม่ได้เลย

6.ความเชื่อ ดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้น้ำหนักลด
ความจริง : การดื่มน้ำก่อนทานข้าวไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลด แต่จะช่วยให้คุณอิ่มจนทานอาหารได้น้อยลง และการดื่มน้ำก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราขับน้ำ และของเสียในร่างกายออกมา น้ำหนักที่หายไปก็คือน้ำหนักของน้ำกับของเสียในพังเรานี่เอง

7.ความเชื่อ ครีมข้นมีแคลอรีมากกว่าครีมแบบใส
ความจริง : ไม่ว่าจะเป็นครีมข้นหรือครีมใส จะมีจำนวนไขมันเท่ากันคือ 30%

8.ความเชื่อ ถ้าเลิกกินหมูจะทำให้น้ำหนักลด
ความจริง : ที่จริงเนื้อหมูส่วนที่เอามาทำอาหารจะมีไขมันเพียงแค่ 7% เท่านั้น สาวๆ จึงกินได้อย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน แต่ผลิตภัณฑ์จากหมูที่จะทำให้คุณอ้วนจริงๆ น่ะมันคือหมูติดมัน เบคอน แฮม ไส้กรอกมากกว่า เพราะของพวกนี้จะทำมาจากเศษเนื้อกับมันหมูล้วนๆ

9.ความเชื่อ อยากลดความอ้วนต้องทานผลไม้
ความจริง : ถ้าคุณทานผลไม้อย่างเดียวโดยไม่ทานอาหารมื้อหลัก ไม่ว่าจะกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแค่ไหนยังไงก็ต้องผอม แต่ถ้ายังกินอาหารหลักอยู่ก็ควรเลือกทานผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่สูงมาก ไม่อย่างนั้นน้ำตาลจากผลไม้ก็ทำให้เราอ้วนได้เหมือนกัน

10.ความเชื่อ น้ำมันมะกอกมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำมันถั่วลิสง
ความจริง : ไม่ว่าจะน้ำมันชนิดไหนก็มีไขมัน 100% เท่ากันหมด แต่ที่แตกต่างกันก็คือน้ำมันมะกอกสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ จึงเข้าไปสลายไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งอันนี้น้ำมันถั่วลิสงยังทำไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : Spicy

แนะหลักการ “กิน” เพื่อควบคุมน้ำหนักและรอบพุง

Wednesday 1 September 2010



คุณภาพชีวิต

ปรับเปลี่ยน อาหาร พิชิตอ้วนลงพุง

ลดความอ้วน ลดพุง

กิน กิน กิน….อย่าง ไม่บันยะบัน ย่อมส่งผลต่อการขยายของพื้นที่บริเวณหน้าท้อง หรือ ที่เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า พุงยื่น คงเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายต่างก็ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่แหม…เรื่องกินเนี่ย ทำให้เรามีความสุข และเพลิดเพลินจนลืมความตั้งใจที่จะลดขนาดพุงกันเลยทีเดียว…
เมื่อ ตามใจปากมาก…แน่นอนว่า สิ่งที่ตามมาคือไขมันที่สะสมอยู่ในช่องท้อง เมื่อมีปริมาณที่มาก ก็ก่อให้เกิดโรคอ้วนได้…ซึ่งจากการสำรวจสภาวะอ้วนลงพุงของประชาชนใน ปัจจุบัน ของกรมอนามัย พบว่า คนไทยอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป เพศชายมีภาวะอ้วนลงพุงร้อยละ 24 และเพศหญิงร้อยละ 60 โดยพบในผู้หญิงมากกว่าชายถึง 2.5 เท่าตัว
จากสถานการณ์โรคอ้วนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ดำเนินการรณรงค์โครงการ “คนไทยไร้พุง” ภายใต้หลัก “3 อ.” คือ อารมณ์ อาหาร ออกกำลังกาย เพื่อแก้ปัญหาโรคอ้วนลงพุง ที่เป็นต้นเหตุชักนำโลกร้ายอย่าง เบาหวาน ความงามดันโลหิตสูง ฯลฯ เข้ามาเป็นของแถมโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ
แม้จะเป็นเรื่องยาก !!! แต่ด้วยหลักการบริโภคอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักและรอบพุง อาหาร ก็สามารถช่วยให้คุณลดพุงได้อย่างง่าย ๆ ดังนี้

1. บริโภคข้าวหรือแป้งได้ตามปกติ ถ้าไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม
2. บริโภคน้ำตาล รวมทั้งน้ำผึ้งและน้ำตาลในอาหาร ไม่เกิน 2 ช้อนชาต่อมื้อ หรือไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน
3. บริโภคผลไม้อย่างสม่ำเสมอแต่ไม่เกิน 10-15 คำต่อมื้อ แล้วแต่หวานมากหรือหวานน้อย
4. บริโภคเนื้อสัตว์ไม่ติดมันที่สุกแล้ว วันละประมาณ 12-16 ช้อนโต๊ะ และหลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ หนังสัตว์มันสัตว์
5. บริโภคใบผักและก้านผักอย่างสม่ำเสมอ วันละไม่ต่ำกว่า 3 ทัพพี หรือ 9 ช้อนโต๊ะ **ของผักต้มหรือเทียบเท่า
6. เลือกอาหารที่เตรียมโดยการต้ม นึ่ง ย่าง โดยหลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือผัด
7. แนะนำให้บริโภคน้ำมันจากรำข้าว ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน งา
8. หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันแปรรูป เช่น ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม มาการีน ครีมเทียม
9. บริโภคปลา ไข่ขาว เต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกวัน
10. ควรดื่มนมพร่องหรือขาดนมเนย รสจืด วันละ 1-2 แก้ว หากดื่มนมไม่ได้ ใช้นมถั่วเหลือง รสจืดแทน
11. ลดการบริโภคเกลือ อาหารหมักดอง อาหารเค็ม และหลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงรสในอาหาร
12. ไม่ควรดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ ยาดองเหล้า
13. ไม่ควรบริโภคชา กาแฟ เกิน 3 ถ้วยต่อวัน
14. ลดข้าวหรือแป้งลงจากเดิม 1 ใน 3 ส่วน
15. งดการบริโภคน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เหล้า เบียร์ ไวน์ และงดการเติมน้ำตาล เกลือ เครื่องปรุงรส ในอาหารโดยเด็ดขาดแต่สามารถใช้น้ำตาลเทียม
16. ลดการบริโภคผลไม้ลง โดยบริโภคไม่เกิน 6-10 คำต่อมื้อ แล้วแต่หวานมากหรือน้อย
17. ให้บริโภคใบผักหรือก้านผักเพิ่มขึ้น
18. งดอาหารที่เตรียมโดยการทอดหรือผัด
19. งดอาหารระหว่างมื้อ
20. หากออกกำลังกายไม่ควรบริโภคอาหารเพิ่มจากเดิม

ก่อนกิน !!! เราควรเลือกอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยปรับเปลี่ยนการบริโภคตามโซนสี สีเขียว คือ อาหารเลือกกินให้มาก โซนสีเหลือง คือ เลือกกินแต่พอควร โซนสีแดง คือ เลือกกินให้น้อยที่สุด

“การเลือกอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยปรับเปลี่ยนการบริโภคตามโซนสี”

เคล็ด (ไม่) ลับ !!! การ บริโภคอาหารเพื่อลดน้ำหนักและรอบพุง ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวัน แต่ไม่จำเป็นต้องครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละมื้อ ไม่ งดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งแต่ควรลดปริมาณอาหารหรือเปลี่ยนแปลงเป็นอาหารที่มี พลังงานต่ำแทน ได้แก่ อาหารประเภท ต้ม นึ่งและอาหารที่ไม่เติมน้ำตาลหรือซอสปรุงรสต่าง ๆ กำหนดปริมาณและชนิดอาหารที่จะบริโภคแต่ละมื้อ เมื่อหมดแล้วไม่ต้องเติมอีกและควรใช้จานที่ใส่อาหารขนาดเล็กเพื่อให้ดูอาหารมีปริมาณมาก
นอก จากนี้ยังต้องเคี้ยวอาหารช้า ๆ และให้บริโภคอาหารที่เป็นน้ำหรือดื่มน้ำบ่อย ๆ ระหว่างรับประทานอาหาร ควรปรุงอาหารโดยใช้เครื่องเทศ เช่น กะเพรา โหระพา พริกไทย แทนการใช้น้ำตาล น้ำมัน เนย กะทิ และซอสปรุงรสต่าง ๆ บริโภคเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยดึงหนังไก่ หนังเป็ดออก และตัดไขมันที่พบเห็นทิ้ง ควรใช้ภาชนะปรุงอาหารที่เคลือบด้วย Teflon และใช้น้ำมันน้อยที่สุดในการปรุงอาหาร โดยแค่ทาหรือสเปรย์ไขมันที่กระทะ เพื่อป้องกันอาการติดกระทะ
ที่สำคัญ !!! ไม่ควรบริโภคไขมันที่ลอยอยู่บนน้ำซุป และก่อนน้ำซุปมาปรุงอาหาร ให้เก็บไว้ในตู้เย็นสักระยะ แล้วช้อนไขมันที่แข็งตัวลอยอยู่ออกให้หมด เปรียบเทียบอาหารชนิดเดียวกัน โดยพิจารณาจากฉลากในการโภชนาการ โดยเลือกอาหารที่มีพลังงานต่ำแทนอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น ควรบริโภคนมหรือน้ำสลัดที่มีพลังงานและปริมาณน้ำตาลต่ำสุดในปริมาณที่เท่า กัน
หาก น้ำหนักไม่ลดทั้ง ๆ ที่จำกัดอาหารแล้วให้ลองทบทวนและพิจารณาอาหารที่บริโภคเพราะอาจมีอาหารบาง ชนิดที่แม้จะมีปริมาณน้อยแต่พลังงานสูงบริโภครวมอยู่ด้วย เช่น ผัดไทย ผัดซีอิ้ว ข้าวมันไก่ น้ำสลัด ผลไม้รสหวานหรือเปรี้ยว ถ้าพบให้ปรับเปลี่ยนเป็นอาหารอื่นที่ให้พลังงานต่ำแทน
หลักการบริโภคอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักและรอบพุงอย่างง่าย ๆ ที่คุณก็สามารถทำได้ อย่าปล่อยให้ “การกิน” ชัก นำคุณไปรู้จักกับไขมันร้ายที่จ้องจะมาจับจองพื้นที่หน้าท้องของคุณ…มารวม พลังต้าภัยอ้วนลงพุงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ข่มอารมณ์การกิน และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกันนะคะ…

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : http://www.thaihealth.or.th