‘สมุนไพรขับเสมหะ’

สมุนไพร-มะนาว

Sunday 17 May 2009



มะนาวเรานำมาปรุงเป็นอาหารได้ เช่น แกงส้มปลาใส่น้ำมะนาว หรือว่าเป็นยาก็ได้ เช่น ยาแก้ไอ
มะนาว (ผักสมุนไพร)

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b89ce0b8a5e0b8a1e0b8b0e0b899e0b8b2e0b8a7

มะนาว ถือเป็นผักและผลไม้ เพราะ มะนาว นำมาประกอบอาหารเป็นเครื่องปรุงแต่งรสอาหาร มีรสเปรี้ยว ทั้งยังนำมาเป็นผลไม้โดยคั้นเอาน้ำมาดื่มกันสดๆ หรือนำไปปั่นดื่มแก้กระหายได้ทุกโอกาส ถ้าใครอยากมีผิวพรรณสวยผิวดีก็ต้องบริโภคน้ำมะนาวเป็นประจำ เพียงวันละแก้วก็เพียงพอแล้ว นอกจากนั้น มะนาว ยังมีคนนำมาผสมกับเครื่องสำอางเช่น ครีมล้างหน้าก็มี สรรพคุณทางสมุนไพรก็มีมากเหลือเกิน

ชื่ออื่นๆ : ส้มมะนาว มะลิว โกรยชะม้า หมากฟ้า ฯลฯ

ลักษณะ : เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขา ต้มกิ่งมีหนามแหลมคม เปลือกลำต้นมีผิวเรียบเกลี้ยง ใบ เป็นใบประกอบใบย่อยใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันมีครีบ มีกลิ่นหอม ดอก ออกเป็นช่อร่วมกันเป็นกระจุกเล็กๆ ประมาณ 5-7 ดอก มีสีขาวกลิ่นหอม ผล กลมผิวเรียบเกลี้ยง มีหลายขนาดแล้วแต่พันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4.5 ซ.ม. ภายในผลมีน้ำรสเปรี้ยวจัด ภายในเนื้อมีเมล็ดสีเหลืองอ่อน รูปร่างกลมรี

สรรพคุณ : ผิวผล ผลแก่จัด ใบ ราก

สรรพคุณทางยา
มะนาว นำมาคั้นหรือบีบเอาน้ำนับว่ามีสรรพคุณมากมาย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ปรุงยารักษาโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และ สามารถนาผลของมะนาวมาคั้นเอาน้ำมาปรุงเป็นอาหารก็ได้ เช่นใส่ใน น้ำพริก แกงส้ม แกงเทโพ ยำ และอื่นๆ
น้ำมะนาว
- นำมาผสมกับดอกดีปลีที่ฝนกับน้ำสุก ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อยรับประทานเป็นยาแก้เสมหะ แก้เจ็บคอ
- นำมาผสมกับสีเสียดที่บดละเอียดตามสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วนำมาพอกบริเวณบาดแผลสด ห้ามเลือดได้ดีมากแผลแห้งหายเร็ว
- นำมารับประทานช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด และละลายก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- นำมาทาบริเวณผิวหนังที่หยาบกร้าน หนา แข็ง จะค่อยๆ อ่อนนุ่ม รักษาโรคติดเชื้อที่ผิวหน้า นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงประสาท ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันบาดทะยัก รักษาอาการโลหิตจาง รักษาโรคกระเพาะอาหารและโรคบิดได้ชะงัดนัก
น้ำมะนาวสด นำมาผสมกับดินสอพอง ทารักษาอาการอักเสบช้ำบวม
เปลือกมะนาว
- หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ โขลกให้ละเอียดนำมาชงกับน้ำร้อนดื่มเช่นเดียวกับชา แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว จุดเสียดแน่นท้อง คลื่นเหียน อาเจียน
- โขลกให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาวผสมกับน้ำต้มสุกให้หมักผมประมาณ 10 นาที แล้วสระออกช่วยกระตุ้นให้รากผมตื่นตัว เจริญงอกงาม รังแคหาย เส้นผมสะอาด หนังศีรษะสะอาด
ใบมะนาว นำใบสดมาต้มดื่มแก้ไอ แก้ท้องอืด ขับลมทำให้เจริญอาหาร

สมุนไพร-ฟักเขียว

Saturday 16 May 2009



บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าฟักเขียวนั้นมีประโยชน์มาก ใบ ผล เมล็ก ราก ลำต้น หรือแม้กระทั่งเปลือกยังใช้เป็นยาได้ หรือสรุปได้ว่า สรรพคุณของฟักเขียวสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเลยทีเดียว วันนี้ดิฉันก็เลยอยากจะแนะนำให้ทานฟักเขียว เพราะเป็นทั้งสรรพคุณทางยา และมีคุณค่าทางอาหารสูงค่ะ

ฟักเขียว (ผักสมุนไพร)

123

ชื่ออื่นเรียกตามท้องถิ่น : ภาคกลางเรียก “ฟัก ฟักขาว ฟักแฟง” ภาคอีสานเรียก “บักฟัก” ภาคใต้เรียก “ขี้พร้า” ภาคเหนือเรียก “ฟักหม่น”

ลักษณะ : ฟักเขียวเป็นไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง ใบมีสีเขียวเป็นหยักใบหยาบ ดอกมีสีเหลือง ผลเป็นรูปกลมยาวขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ เปลือกสีเขียวมีขนอ่อนเล็กน้อย เนื้อในจะมีสีขาว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ ตรงกลางมีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ในดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี เป็นผักที่มีอายุการปลูกสั้น ปลูกเพียง 3 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ฟักเขียวเป็นผักพื้นบ้านที่รู้จักกันดีในสมัยก่อน และได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน เพราะถือได้ว่าเป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย หาได้ง่าย และลงทุนน้อยโดยไม่พึ่งสารเคมี เป็นผักชนิดแรกที่เด็กเริ่มหัดกิน ยิ่งเด็กแรกเกิดเมื่อได้กินแล้วก็จะดีมาก เพราะจะช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารให้แก่เด็กได้ แถมช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย เราจะเห็นฟักเขียวได้ทั่วไปตามท้องตลาด และเป็นผักที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี แถมมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

สรรพคุณ : คนไทยจะนำผลฟักเขียวมาประกอบอาหารโดยการใส่ในแกง ต้ม ผัดต่างๆ บ้างทำเป็นขนมหวานในเทศกาล แต่เมนูยอดนิยมคงจะเป็นแกงเขียวหวานไก่ฟักเขียว แกงจืดฟักต้มกับไก่ แกงเลียง ฟักเขียวผัดกับหมูใส่ไข่ ฟักเชื่อม รวมถึงยอดอ่อนที่นำมาลวก หรือต้มกะทิ กินกับน้ำพริกได้ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้ผักอื่นเหมือนกัน
ทั่วโลกใช้ผลฟักเขียวกินได้ทั้งดิบและสุก ใช้เป็น ผัก ดอง ปรุงแกงเผ็ด หรือกวนแยม กินได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่
ผลอ่อนจะรสเข้มกว่าผลแก่ เนื้อผลจะมีน้ำมาก สามารถเก็บรักษาผลได้นานเป็นเดือนหรือค่อนปี เพราะมีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ภายนอก ใบอ่อนและตาดอกกินโดยการนึ่งใช้เป็นผัก หรือใส่ในแกงจืดเพิ่มรสชาติ เมล็ดทำให้สุกแล้วกินได้ อุดมไปด้วยน้ำมันและโปรตีน

สรรพคุณทางยา :
ใบ แก้ฟกช้ำ แก้พิษผึ้งต่อย ช่วยรักษาบาดแผล แก้โรคบิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้บวมอักเสบมีหนอง
ผล ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตเป็นพิษ บวมน้ำ หลอดลมอักเสบ
เมล็ด ใช้ลดไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ไตอักเสบ บำรุงผิว ละลายเสมหะ
ราก ต้มดื่มแก้ไข้ แก้กระหายน้ำ ถอนพิษ
เถาสด รสขมเย็น ใช้รักษาริดสีดวงทวาร มีไข้สูง
เปลือก เป็นยาแก้บวม ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แผลบวมอักเสบ มีหนอง
ในตำรายาจีนบอกว่า เปลือกชั้นนอกของฟักเขียว ที่ตากแดดให้แห้งแล้วนำมารวมกับ เยื่อหุ้มถั่วแระ เต็งซัมฮวย (ดอกต้นกก) น้ำตาลกรวด นำมาล้างรอให้สะเด็ดน้ำจนแห้งใส่ในหม้อดิน เติมน้ำพอประมาณ ต้มด้วยไฟแรงประมาณ 1 ชั่วโมง กรองเอาน้ำแช่ตู้เย็นเก็บไว้จะเป็นยา ขับปัสสาวะ แก้บวม บำบัดอาการบวมน้ำ ขัดเบา แก้ร้อนใน คอแห้ง ทุก ส่วนของฟักเขียวนอกจากจะเป็นยารักษาโรคแล้ว ส่วนที่นำมาเป็นอาหารยังให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยม ซึ่งประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย