‘สมุนไพรแผนโบราณ’

สมุนไพร-ว่านสบู่เลือด

Wednesday 13 May 2009

ว่านสบู่เลือดสามารถนำมาทำยาได้ แต่ไม่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้นะคะ
ว่านสบู่เลือด (พืชสมุนไพร)

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b8a7e0b988e0b8b2e0b899e0b8aae0b89ae0b8b9e0b988e0b980e0b8a5e0b8b7e0b8ade0b894
หัวว่านสบู่เลือด

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b983e0b89ae0b8a7e0b988e0b8b2e0b899e0b8aae0b89ae0b8b9e0b988e0b980e0b8a5e0b8b7e0b8ade0b894
เถาและใบว่านสบู่เลือด

ลักษณะ : ว่านสบู่เลือด เป็นไม้เถาเลื้อย มีหัวขนาดใหญ่ 2 ชนิด มีด้วยกันคือ ตัวผู้กับตัวเมีย ตัวผู้หัวจะมีลักษณะยาวคล้ายหัวมันสำปะหลัง ตัวเมียหัวกลม นิยมใช้ตัวเมียมากกว่าตัวผู้ มียางสีแดงที่หัวเหมือนกัน ใบรูปกลม มีหยักที่ขอบตื้น เมื่อเด็ดไปจะมียางสีส้มจาง จึงถูกเรียก ชื่อตามสีของยางว่า “ว่านสบู่เลือด” พบขึ้นตามป่าบนเขาทุกภาคของประเทศไทย

ตามความเชื่อที่มีต่อ “ว่านสบู่เลือด” แต่โบราณ เชื่อว่าดีทางด้านคงกระพันชาตรี โดยนักเลงสมัยก่อนนิยมใช้ยางจากหัวให้ อาจารย์ดังๆสักลงอักขระเลขยันต์ใส่ตัว เพื่อจะได้คงกระพันตลอดชีวิต แต่ผู้สักต้องปฏิบัติดี ไม่ผิดศีลห้า เนื้อหัว “ว่านสบู่ เลือด” มีรสขม เมื่อกินเข้าไปจะทำให้คง กระพันเพียงชั่วเมา เมื่อหมดฤทธิ์จะเจ็บปวดได้ ก่อนกินหรือใช้ต้องว่าคาถา “นะโมพุทธายะ” จำนวน 108 คาบ จะศักดิ์สิทธิ์มาก ปัจจุบันเป็น 1 ใน 108 ว่าน ใช้ทำ “องค์ จตุคามรามเทพ” ทางยาโบราณ ฝานเนื้อหัวเป็นแว่นๆ ตากแห้งแล้วบดเป็นผงผสมน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นก้อนขนาดปลายนิ้วก้อยมือผู้ใหญ่ กิน 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด สตรีประจำเดือนมาไม่ปกติ ใช้หัวสดกะพอประมาณสับละเอียดผสมน้ำซาวข้าว หรือเหล้า 40 ดีกรีเล็กน้อย กินจะหายได้

สรรพคุณทางยา : ตำรายา แผนไทยปัจจุบันระบุว่า ใบของ “ว่านสบู่เลือด” เพิ่งจะค้นพบว่า มีสรรพคุณทางเภสัชชั้นยอด โดยใช้ใบจำนวน 7 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดต้มกับน้ำกะตามต้องการดื่มแทนน้ำชา จะเป็นยาบำรุงเซลล์สมอง และ บำรุงเส้นปลายประสาทได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เป็นโรคความจำเสื่อมได้ แต่มีข้อแม้ ต้องทำกินเพียงเดือนละครั้ง กินติดต่อกัน 5 วัน แล้วหยุด ไปทำกินต่อในเดือนถัดไป

สมุนไพร-อ้อยแดง

Monday 11 May 2009

อ้อยแดง (พืชสมุนไพร)

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b8ade0b989e0b8ade0b8a2e0b981e0b894e0b887

ชื่อท้องถิ่น อ้อยตาแดง อ้อยดำ อ้อยขม

ลักษณะ เป็น ไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร มักขึ้นเป็นกอ ลำต้นกลมสีม่วงแดง ลำต้นแข็งแรงมีข้อปล้องชัดเจน มีไขสีขาวปกคลุม เปลือกมีรสขม น้ำไม่ค่อยหวานแหลมเหมือนอ้อยธรรมดา ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ดอกออกเป็นช่อใหญ่สีขาวตรงปลายยอด ลำต้นจะออกดอกเมื่อต้นแก่เต็มที่ ผล เป็นผลแห้ง ขนาดเล็ก อ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น

การขยายพันธุ์ ใช้หน่อจากเหง้า หรือปักชำใช้ลำต้นที่มีตา ชอบดินร่วน น้ำไม่ท่วม แดดจัด ปลูกขึ้นได้ในดินทั่วประเทศไทย

ส่วนที่ใช้เป็นยา ลำต้นสด หรือ แห้ง

สรรพคุณ
เปลือกต้น รสหวานขม แก้ตานซาง แก้แผลเน่าเปื่อย
ชานอ้อย รสจืดหวาน แก้แผลเรื้อรัง แก้ฝีอักเสบบวม
ลำต้น น้ำอ้อย รสหวานขมชุ่ม แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้หืด ไอ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ไข้สัมประชวน แก้ปัสสาวะพิการ ขับนิ่ว แก้ช้ำรั่ว แก้ท้องผูก บำรุงกระเพาะอาหาร แก้ขัดเบา บำรุงธาตุ แก้สะอึก
ตา รสหวานขม แก้ต้วร้อน แก้พิษตานซาง

สรรพคุณทางยา
1. ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ ใช้รากอ้อยแดง น้ำตาลกรวด ผลฟัก สาร ส้ม อย่างละเท่าๆกัน ใส่น้ำท่วมยาต้มเดือด เคี่ยว 3 เอา 1 ส่วน กินมื้อละ 3 ถ้วย ก่อนอาหาร ก่อนนอน นิ่วจะหาย
2. แก้คลื่นไส้อาเจียนทั้งวัน เอา น้ำอ้อย 7 ถ้วยชา ผสมกับน้ำขิง 1 ถ้วยชา แบ่งกินให้หมด 3 ครั้ง ในว้นเดียว หรือเอาน้ำอ้อยมาตั้งไฟ ให้ร้อน กินครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 เวลา แก้อาการคลื่นไส้ได้ผลดีมาก
3. ยาแก้เลือดตกทางทวารหนักทวารเบาทั้งหญิงชาย เอาแมง ลัก รากผักคราด รากช้าแป้น รากมะเดื่อปล้อง รากอ้อยแดง ต้ม 3 เอา 1 เมื่อจะำกิน ให้แทรกพริกไทย ๗ เม็ด ขิง 7 แว่น กระเทียม 7 กลีบ กิน
4. ยาแก้โรคนิ่วในไตและนิ่วในถุงน้ำดี การรักษาแบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 เอาหญ้าใต้ใบ 1 กำมือ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำต้มสุก 3 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร ปรุงยานี้รับประทาน ติดต่อกัน 3 วัน
ระยะที่ 2 เอาหญ้าใต้ใบ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอควร นำน้ำยามารรับ ประทาน วันละ 3 เวลาก่อนนอน ติดต่อกัน 3 วัน
ระยะ ที่ 3 เอาน้ำอ้อยสด มารับประทาน วันละ 1 ขวดใหญ่ ติดต่อกัน 3 วัน มีสรรพคุณแก้โรคนิ่วในไต หรือโรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้ผลอย่างชะงัด นักแล