‘สุขภาพดี’

กินเพื่อสุขภาพ เคล็ดลับ 9 ประการ

Sunday 5 September 2010



แนวโน้มของการบริโภคในปัจจุบันกำลังวิ่งตามกระแสสังคมสมัยใหม่ ที่อาศัยความสะดวกรวดเร็วเป็นหลัก ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณประโยชน์เท่าใดนัก ทั้งกินมากเกินไป กินน้อยเกินไป และกินอาหารที่ไม่มีคุณค่า ในที่สุดก็เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

การกินอาหารจึงมิใช่การกินเพื่อให้อิ่มหรือ เพื่อสนองความอยากเท่านั้น แต่จำเป็นที่ต้องกินเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ไม่เป็นโรค และมีจิตใจแจ่มใส อย่างที่เรียกกันว่า “อาหารเพื่อสุขภาพ”

1. อย่าละเลยอาหารเช้า ถือเป็นมื้อที่จะละเลยไม่ได้ เพราะช่วงเวลาจากอาหารเย็น (เมื่อวาน) ถึงเช้านี้ค่อนข้างจะไกล แม้จะเป็นช่วงที่ร่างกายได้หลับนอนพักผ่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะหยุดทำงานตามไปด้วย เพราะฉะนั้น อาหารเช้าจึงจำเป็นอย่างยิ่ง และควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ อาหารเช้ายังช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้นอีกด้วย
2. ปรุงอาหารให้แตกต่างหลากหลาย แม้ข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ถ้าสามารถเลือกทานข้าวซ้อมมือได้จะยิ่งดี เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และใยอาหาร แต่ละมื้อควรปรุงอาหารให้แตกต่างกันบ้าง เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปาก และร่างกายยังจะได้รับคุณค่าทางอาหารเพิ่มขึ้นด้วย หรือเพียงเปลี่ยนเครื่องปรุงประเภทน้ำมันพืช ก็จะช่วยให้ได้สารอาหารอีกหลายชนิดคือ วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร และยังให้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพรที่ช่วยรักษาสุขภาพ
3. การดื่มน้ำให้มาก นับเป็นผลดีต่อร่างกาย ในแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณวันละ 8 แก้ว เพื่อให้มีน้ำมากพอที่จะหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
4. เสริมแคลเซียมให้ร่างกาย ด้วยอาหารที่ปรุงจากปลาตัวเล็ก เต้าหู้ หรือผักใบเขียว อาหารประเภทนี้ให้คุณค่าแคลเซียมสูง ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และกระดูก
5. งดขนมขบเคี้ยวที่ไร้สารอาหาร แต่เต็มไปด้วยไขมันและน้ำตาล ซึ่งจะไปทำลายสุขภาพ ลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินจุกจิกจากขนม หรือลูกอมมาเป็นผลไม้ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างดี เพราะมีวิตามินและไฟเบอร์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
6. ทานข้าวกล้องและธัญพืชเพื่อสร้างพลังแก่ร่างกาย ข้าวกล้องได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และใยอาหาร หรือจะเป็นธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่าง ลูกเดือย ข้าวกล้อง ฯลฯ จะช่วยลดคลอเลสเตอรอลและควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. เพิ่มผักและผลไม้ในแต่ละมื้อ เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และใยอาหารแล้ว ยังมีสารช่วยชอลอการเสื่อมของเซลล์ ทำให้มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส อ่อนกว่าวัย และยังมีคุณค่าด้านสมุนไพรรักษาสุขภาพ
8. เลือกปลาตัวเล็กและเนื้อไม่ติดมันมาปรุงอาหาร เพื่อจะได้กินอาหารที่ให้โปรตีนสูง ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และยังช่วยบำรุงเซลล์สมอง ที่สำคัญยังมีไขมันน้อยอีกด้วย
9. ระวังสารปนเปื้อนในอาหาร สารปนเปื้อนต่าง ๆ ทำให้เราไม่ปลอดภัยจากเชื้อโรคพยาธิ สารพิษและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรเลือกกินอาหารที่สะอาด การผลิตถูกต้อง และยังไม่หมดอายุ

ทั้ง 9 ข้อที่แนะนำเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น ยังคงต้องอาศัยความยืดหยุ่นต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล แต่ก็อย่าลืมว่าสุขภาพของเราเองสำคัญที่สุด การกินที่ถูกต้องจะช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคภัย ไข้เจ็บ และมีสุขภาพที่ดี

ดูแลสุขภาพ อนามัย ห่างไกลโรคหน้าร้อน

Saturday 21 August 2010



โรคหน้าร้อน

แม้บางพื้นที่จะเริ่มมีฝนตกโปรยลงมา สร้างความชุ่มฉ่ำดับคลายความร้อน แต่อีกหลายพื้นที่ยังคงประสบภัยแล้งอากาศร้อนอบอ้าว ช่วงเวลานี้และตลอดฤดู ร้อนจึงควรดูแลสุขภาพอนามัย ระมัดระวังการเลือกรับประทานอาหาร น้ำดื่มกันเพื่อจะได้ปลอด ภัยไกลห่างการเจ็บป่วย

สัปดาห์ นี้มีเรื่องราวโรคหน้าร้อนที่ควรพึงระวังมาบอกกัน ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนลักษณะอากาศที่ร้อนจัด แห้งแล้งอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้อย่างโรคติดต่อทางอาหาร ไม่ว่าจะเป็น โรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ไทฟอยด์ รวมไปถึงโรคพิษสุนัขบ้า ฯลฯ จึงไม่ควรมองข้าม ในช่วงนี้จึงควรระมัดระวังความสะอาดของอาหาร การบูดเน่าเสีย ขณะที่น้ำดื่ม ภาชนะใส่อาหารต้องสะอาด อีกทั้งสุข อนามัย การดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง แมว สุนัข ควรนำไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงควรระมัดระวังป้องกัน หนู แมลงวัน แมลงสาบซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรค

ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่เป็นที่ทราบกันสำหรับ โรคอุจจาระร่วง สามารถติดต่อได้ทั้งการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน อาการของโรคนอกจากจะถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นน้ำ ฯลฯ อาจจะมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ฯลฯ อาหารเป็นพิษ ติดต่อได้โดยการรับประ ทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป พบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ และหากไม่อุ่นให้ร้อนพอ เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้เป็น โรคนี้ได้

เช่นเดียวกับ ไทฟอยด์ หรือ ไข้รากสาดน้อย ติดต่อได้ โดยอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนซึ่งอาการสำคัญจะมีไข้ปวดศีรษะ เบื่ออาหารและอาจมีอาการท้องผูกหรือ บางรายอาจท้องเสียและแม้โรคติดต่อทาง อาหารและน้ำจะมีสาเหตุการเกิดโรคต่างกัน แต่ในวิธีการติดต่อจะคล้ายคลึงกัน โดยเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปอย่างอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ อาหารที่มีแมลงวันตอมหรืออาหารที่ทิ้งไว้ค้างคืน โดยไม่แช่เย็นหรืออุ่นก่อน การรับประทาน

การล้างมือให้สะอาด ทุกครั้งด้วยน้ำและสบู่ก่อนการปรุงอาหาร รับประทานอาหาร อีกทั้งหลังจากเข้าห้องน้ำก็ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากจะช่วยหลีกเลี่ยงโรคเหล่านี้ได้แล้ว การดื่มน้ำจึงควรดื่มน้ำที่สะอาด ต้มสุก เช่นเดียวกับการรับประทานอาหาร

หน้า ร้อนหลายคนอาจมีอาการท้องเสียได้ง่าย การเลือก รับประทานอาหารช่วงเวลานี้จึงควรรับประทานอาหารสะอาด ปรุงสุกใหม่ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีแมลงวันตอม ซึ่งหากทานไม่หมดก็ควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด ขณะเดียวกันภาชนะที่ใช้ ต้องสะอาดไม่ว่าจะเป็นถ้วย จาน ชาม ฯลฯ อีกทั้งควรกำจัดขยะ เศษอาหาร ควรทำความสะอาดบริเวณบ้านเพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้มีความสำคัญ หากเคร่งครัดปฏิบัติก็จะช่วยให้ไกลห่าง จากโรคที่มาในช่วงฤดูกาลนี้ได้

ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าที่มักกล่าวถึงกัน ในช่วงฤดูกาลนี้ก็ต้องระมัดระวัง เมื่อถูกสัตว์ที่มีพิษ เช่น สุนัขบ้ากัด ข่วนหรือเลียบริเวณที่เป็นแผลก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ ช่วงเวลานี้อย่างที่กล่าวมาจึงควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีน และเมื่อถูกสุนัขหรือสัตว์กัดต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและ สบู่หลายๆ ครั้ง ฯลฯ รีบไปพบแพทย์หรือสาธารณสุขใกล้บ้าน บอกเล่าอาการอย่างละเอียด และหากสงสัยว่าสัตว์มีอาการของโรคควรแจ้งให้แพทย์ ทราบร่วมด้วย

การดูแลสุขภาพอย่าง ใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ กล่าวกันว่าคนโบราณได้คิดค้นวิธีรักษาโรค รักษาสุขภาพปรับสมดุลให้กับร่างกายไว้อย่างแยบยล อย่างน้ำดื่มนอกจากดื่มน้ำต้มสุกสะอาด การดื่มน้ำสมุนไพรที่มีกลิ่น รสตามธรรมชาติมีสรรพคุณเป็นยายังช่วยลดอาการกระหายน้ำผ่อน คลายความร้อนทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ลดอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากเหงื่อออกมากได้ และน้ำสมุนไพรที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่กล่าวถึงการปรุงจาก พืชรสขม จืดเย็น ขณะที่โรคหน้าร้อน อย่างอาการท้องเสียที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ สมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยาหลายชนิดก็สามารถบรรเทาอาการได้เช่นกัน

หน้า ร้อนที่กำลังมาเยือนไม่เพียงเฉพาะสุขภาพกายที่ต้องดูแล สุขภาพใจก็มีความสำคัญควรทำใจให้สงบสบาย อย่าหงุดหงิดไปกับสภาพอากาศหรือยอมให้ความร้อนมาบั่นทอนสุขภาพ อีกทั้งควร รอบคอบ ดูแลรักษาสุขภาพเตรียมตัวพร้อม ทั้งการรับประทานอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอจะได้มีความสุข ปลอดภัยไกลจากโรคตลอดฤดูกาล

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : เดลินิวส์