‘สูตรขนมไทย’

ตะโก้ข้าวโพด

Saturday 9 May 2009



ตะโก้ข้าวโพดเป็นขนมที่อร่อย และน่ารับประทาน อยากให้ผู้เข้าชมเว็บฯ นำเอาไปทำทานในครอบครัว หรือทำเป็นอาชีพก็ได้ค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์สูตรจ้า ตะโก้ข้าวโพดมีส่วนผสม 2 ส่วน ส่วนตัวขนมตะโก้กับส่วนหน้าตะโก เคล็ดลับคือ ทำตัวตะโก้ และหยอดใส่กระทงให้เสร็จก่อนนะคะ แล้วค่อยเริ่มกวนหน้าตะโก้ เพราะหน้าตะโก้จะแข็งไว หากหยอดไม่ทัน หน้าตะโก้จะออกมาไม่ค่อยเรียบ และดูไม่น่ารับประทานค่ะ

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b882e0b899e0b8a1e0b895e0b8b0e0b982e0b881e0b989e0b882e0b989e0b8b2e0b8a7e0b982e0b89ee0b894

ส่วนผสมตัวตะโก้
- แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง
- แป้งถั่วเขียว 1/2 ถ้วยตวง
- น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง ค่อยๆ เทผสมค่ะ
- น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
- ข้าวโพดต้มแล้วนำมาฝาน เป็นเม็ดๆ 1 1/2 ถ้วยตวง

ส่วนหน้าตะโก้
- กะทิ 5 ถ้วย คั้นจากมะพร้าวประมาณ 2 กก.
- แป้งข้าวเจ้า 1 1/3 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ครึ่ง
- ถั่วเขียวคั่วนำเปลือกออกเอาแต่เม็ดข้างในค่ะ (คงนึกภาพออกนะคะ)

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- กระทงสำหรับเทขนมใส่ จะประกอบด้วย
1. ใบเตย (สด) ตัดเป็นใบยาวๆ
2. พิมพ์สำหรับตัดทำจากกระดาษ เพื่อที่จะให้พิมพ์ใส่ขนมแต่ละอันออกมาเท่าๆ กันค่ะ จากนั้นก็นำใบเตยเช็ดให้สะอาดรอให้แห้งแล้วนำมาซ้อนกัน 5-10 ใบ แล้วนำพิมพ์ที่ทำจากกระดาษมาวางทับบนแล้วตัดตามพิมพ์ค่ะ
3. กรรไกร หรือมีดบางๆ
4. แม๊ก ที่ใช้แม๊กกระดาษ

ขั้นแรกต้องกวนตัวตะโก้ก่อนค่ะวิธีทำมีดังนี้
- เอาน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ใส่หม้อ เทแป้งข้าวจ้า่ว แป้งถั่วเขียวลงไป คนให้เข้ัากันหรือแป้งละลายกับน้ำจนหมด
- ใส่น้ำตาลคนให้น้ำตาลละลาย จากน้ำนำเทลงกะทะที่เตรียมไว้สำหรับกวนค่ะ
- เอากะทะตั้งไฟใช้ไฟกลางๆ กวนไปเรื่อยๆ จนตัวแป้งสุก ดูใสๆ เริ่มเหนียว
- เทข้าวโพดที่ฝานเรียบร้อยแล้วลงไปกวนต่อค่ะจน ดูตัวขนมสุกเต็มที่ (รู้สึกว่ามันจะเหนียวขึ้นค่ะ)
- ลดไฟใช้ไฟอ่อนๆ แล้วเริ่มตักตัวตะโก้ใส่ในกระทงที่เตรียมไว้ค่ะ เทเสร็จพักไว้ก่อนนะคะ ลงมือทำหน้าต่อค่ะ

วิธีทำหน้าตะโก้
- นำส่วนผสมหน้าตะโก้ทั้งหมดใส่รวมกันแล้วคนให้เข้ากัน ยกเว้นสเมล็ดถั่วเขียวคั่วค่ะ คนทุกอย่างละลายเข้ากัน แล้วนำตั้งไฟ ใช้ไฟกลางๆ
- กวนไปเรื่อยๆ จนแป้งสุก ส่วนผสมข้นขึ้นเรื่อยๆ กวนจนข้นได้ที่ ลดไฟให้อ่อนสุด
- ตักหน้าตะโก้หยอดใส่บนตัวตะโก้เรื่อยๆ ระหว่างที่หยอดหยุดกวนเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันติดก้นกะทะทำให้ไหม้ ทำแบบนี้จนเสร็จค่ะ
- นำเมล็ดถั่วเขียวที่คั่วเอาเปลือกออกเรียบร้อยแล้วลงไป วางตรงกลางขนมในกระทงค่ะ กระทงละ 1 เมล็ดพอค่ะ  (ในรูปอาจจะไม่อยู่ตรงกลางกระทงทุกกระทงนะคะเพราะรีบไปหน่อยค่ะ อิอิ)

ข้าวเหนียวสังขยา

Wednesday 6 May 2009



ข้าวเหนียวสังขยาเป็น ขนมหวานชนิดหนึ่งที่มีขั้นตอนทำที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก วันนี้เลยอยากลองทำทานในครอบครัวค่ะ ก็เลยอยากเอาสูตรที่ตัวเองทำ มาให้ผู้ที่สนใจลองเอาไปทำทานกันบ้างค่ะ มาดูวิธีการทำกันเลยดีกว่านะคะ

e0b8a0e0b8b2e0b89ee0b882e0b989e0b8b2e0b8a7e0b980e0b8abe0b899e0b8b5e0b8a2e0b8a7e0b8aae0b8b1e0b887e0b882e0b8a2e0b8b2

ข้าวเหนียวสังขยาประกอบด้วย 2 ส่วนค่ะ ก็มีข้าวเหนียวมูลกับสังขยา
ส่วนผสมข้าวเหนียวมูล
- ข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวงนึ่งสุกร้อนๆ ดูเคล็ดลับการนึ่ง
- หัวกะทิ 1 ถ้วยตวงครึ่ง
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนกาแฟ

วิธีทำข้าวเหนียวมูล
- นำกะทิใส่หม้อตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่นลงไป
- คนกะทิเรื่อยๆ เพราะจะไหม้ติดก้นหม้อได้ รอจนกะทิเดือด
- ยกไปเทใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกร้อนๆ คนให้เข้ากันทั่วๆ
- คนเสร็จปิดฝาหม้อให้มิดชิด เพื่ออบข้าวเหนียวไว้ประมาณ 10 นาที
- เปิดฝาหม้อแล้วคนใหม่อีกครั้งกลับให้ล่างขึ้นบนให้บนลงล่าง แล้วปิดฝาหม้อให้มิดชิดอีกครั้ง 10 นาทีค่อยเปิดออก
แค่นี้ก็ได้ข้าวเหนียวมูลที่พร้อมจะทานกับสังขยาแล้วค่ะ แต่เราไปทำสังขยากันต่อดีกว่านะคะ

ส่วนผสมสังขยา
- ไข่ไก่ 3 ฟอง หรือไข่เป็ดก็ได้ค่ะ
- กะทิ 1 ถ้วย
- น้ำตาล 1 ถ้วย
- น้ำใบเตยสด 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำสังขยา
- ตอกไข่ใส่ถ้วยตีให้ไข่แตกเป็นฟองฟู แล้วเทน้ำใบเตยใส่ลงไป
- ใส่น้ำตาลลงไป ตีส่วนผสมให้เข้ากัน จนขึ้นฟู
- ใส่กะทิลงไป แล้วตีให้กะทิเข้ากับส่วนผสมทั้งหมด
- นำไปนึ่งจนสุก แค่นี้เราก็ได้ส่วนที่เป็นสังขยาเรียบร้อยแล้ว

วิธีนำมารับประทาน
ตักข้าวเหนียวมูลใส่จาน ตักสังขยาวางบน แค่นี้ก็รับประทานได้แล้วค่ะ